• ความเป็นมา
    ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน
  •     กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นสมควรยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทรงภูมิปัญญาด้านการเกษตรในสาขาต่างๆ ซึ่งเป็นผู้มีคุณความดี มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์สมควรเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ให้ได้รับการดูแลด้านสวัสดิการและสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ประสบการณ์และความสามารถสู่สังคม

    ปราชญ์ของแผ่นดินมี 4 สาขา
    1.ปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย
    2.ปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง
    3.ปราชญ์เกษตรดีเด่น
    4.ปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย 


ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน
Philosopher of Sufficiency Economy
  • นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล
  • นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล
    ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย ปี 2560
    นายรณวริทธิ์ปริยฉัตรตระกูลผู้ปรับเปลี่ยนอาชีพจากการรับราชการมาเป็นระยะเวลา 26 ปี มาทำการเกษตร โดยมีประสบการณ์การทำงานในภาคเกษตร 12 ปี ดำเนินกิจกรรมการเกษตรอินทรีย์บนพื้นที่ 38 ไร่ ประกอบด้วยการปลูก แปรรูปและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์มาตรฐานสากล ได้แก่ มาตรฐานสหภาพยุโรป (EU) มาตรฐานสหรัฐอเมริกา (NOP:USDA Organic) มาตรฐานแคนาดา (COR) เป็นบุคคลที่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้อื่นทั้งในด้านความขยันหมั่นเพียร ความใฝ่รู้ ความเอื้อเฟื้อและเสียสละ เป็นผู้นำเกษตรกรที่ทำการปลูกข้าวอินทรีย์ที่ได้มาตรฐาน
  • นายยวง เขียวนิล
    ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2560
    นายยวง เขียวนิลเคยทำงานรับราชการและรับเหมาก่อสร้างแต่ไม่ประสบความสำเร็จจนเกิดความเครียดและหลงผิดแก้ปัญหาด้วยการดื่มสุราจนติดสุราเรื้อรัง ในปี พ.ศ. 2537 นายยวง ได้เข้ารับการรักษาจนสามารถเลิกสุราได้แล้วจึงตัดสินใจใช้ชีวิตและลงมือทำการเกษตรตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการศึกษาค้นคว้าในเรื่องทฤษฎีใหม่และดูงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายแห่ง ใช้หลัก 3 ศาสตร์ มาประกอบการวางแผนและดำเนินกิจกรรมการเกษตรอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ได้แก่ ศาสตร์พระราชา ศาสตร์ภูมิปัญญาและศาสตร์สากล ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต มากว่า 20 ปี โดยวางแผนทำการเกษตรบนที่ดินของตนเอง ขยายพื้นที่ตามกำลังความพร้อมจนดำเนินกิจกรรมเกษตรแบบผสมผสานเต็มพื้นที่ 44 ไร่ สร้างภูมิคุ้มกันโดยจัดแบ่งพื้นที่ทำการเกษตรตามหลักการของเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อทำนา ขุดบ่อกักเก็บน้ำและเลี้ยงปลาหลายชนิด ทำสวนผสมผสาน ปลูกผลไม้และพืชผักสวนครัวหลากหลายที่ให้ผลผลิตสลับกันตลอดทั้งปี และสร้างที่อยู่อาศัยรวมถึงจุดเรียนรู้ มีการจัดทำบัญชีครัวเรือนเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและต้นทุนการผลิต จนสามารถปลดหนี้สินได้ มีเงินออมไว้ใช้ยามฉุกเฉิน พึ่งพาตนเองได้ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ลดความเสี่ยงเรื่องผลผลิตทางการเกษตร
  • นายยวง เขียวนิล
  • นายจำนงค์ บุญเลิศ
  • นายจำนงค์ บุญเลิศ
    ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น ปี 2560
    นายจำนงค์ บุญเลิศเกษตรกรผู้ปรับเปลี่ยนการประกอบอาชีพจากการเลี้ยงหมูมาเพาะเลี้ยงปลา เนื่องจากเห็นว่าการเลี้ยงหมูมีต้นทุนสูงและส่งกลิ่นทำให้เกิดมลภาวะจึงหันมาทำการเพาะพันธุ์ปลานิลและเลี้ยงปลานิลเป็นอาชีพหลักนายจำนงเข้ารับการฝึกอบรมจากส่วนราชการและสถาบันการศึกษาแล้วจึงนำความรู้มาปฏิบัติใช้เวลาในการศึกษา ค้นคว้า สังเกตและคิดค้นเทคนิคในการเพาะพันธุ์ปลานิลที่ดีมีคุณภาพจนเกิดความเชี่ยวชาญ ขยายการดำเนินกิจกรรมการเพาะเลี้ยงปลานิลและกิจกรรมอื่น ๆ ในพื้นที่ 70 ไร่ ใช้แรงงานจากชาวบ้านในพื้นที่ สามารถเพาะพันธุ์ลูกปลานิลได้ปีละประมาณ 36 ล้านตัว ส่งขายทั้งในและต่างประเทศได้เฉลี่ยเดือนละ 3 ล้านตัว ผลิตปลานิลตัวใหญ่จำหน่ายได้มากถึงปีละ 50 ตัน และดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรอื่น ๆ เพื่อการบริโภคสำหรับครอบครัวตนเองและลูกจ้างในไร่นา เช่น ทำนาปลูกพืชผักต่าง ๆ ทำสวนป่า เพาะเลี้ยงปลาหมอไทย ปลาไหล ปลาคาร์ฟ กุ้งก้ามกราม กุ้งก้ามแดง กบ ตะพาบน้ำ เป็นต้น
  • นายอุทัย บุญดำ
    ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย ปี 2560
    นายอุทัย บุญดำเกษตรกรผู้ดำเนินกิจกรรมการเกษตรด้วยการทำสวนยางพาราโดยไม่ทำลายระบบนิเวศน์ ร่วมกับการปลูกไม้ผล พืชผักแบบผสมผสานและยังเป็นผู้นำสมาชิกในชุมชนตำบลลำสินธุ์ที่มีความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาสาธารณะ มีความเอื้อเฟื้อ เสียสละใฝ่หาความรู้ใหม่ ๆ เพื่อนำมาถ่ายทอดให้กับชุมชน อุทิศตนเพื่อช่วยเหลืองานพัฒนาสังคม ดำเนินกิจกรรมโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแก่สังคมและความยั่งยืนเป็นหลัก ใช้กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการพึ่งพาตนเองและพึ่งพากันเองในชุมชน และยังเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงระบบคิดแก่ชุมชนได้ โดยใช้การร่วมคิดร่วมทำ สร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ชุมชนเข้าใจปัญหาสามารถนำพาให้สมาชิกในชุมชนแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเองจนประสบความสำเร็จจนเป็นที่ประจักษ์และยอมรับทั้งในและนอกชุมชน
  • นายอุทัย บุญดำ